3 ตุลาคม 2560
วันนี้เริ่มต้นชั่วโมงโดยการฝึกท่าบริหารสมอง โดยทำกันประจำทุกๆต้นชั่วโมง แล้วอาจารย์ก็แจกกระดาษเพลงใหม่มาเพิ่มอีก 5 เพลง
ต่อมา อาจารย์ก็พาเล่นเกมส์ "รถไฟเหาะแห่งชีวิต" เพื่อเป็นการคลายเครียดก่อนที่จะเข้าสู้บทเรียน วันนี้เราได้เรียนเรื่อง "แนวคิดหลักการทฤษฎี โครงสร้างของบุคลิก"
แนวคิดหลักการทฤษฎี โครงสร้างของบุคลิก
๏ ทฤษฎีของ Sigmund Freud
1. อิด (Id) คือ สัญชาติญาณแรก
2. อีโก้ (Ego) คือ การใช้ความคิดใช้เหตุผล
3. ซูเปอร์อีโก้ (Super ego) คือ การวิเคราะห์ การมีสามัญสำนึก การคิดไตร่ตรอง
แบ่งพัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้น
1. ขั้นปาก (Oral stage) เริ่มตั้งแต่เกิดถึง 1 ขวบ คือการมีความสุขอยู่ที่ปาก เช่น การกิน
2. ขั้นทวาร (Anal stage) เด็กจะมีอายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ คือ จมูก ก้น หู ปาก อวัยวะเพศ เช่น การที่เด็กมีความสุขกับการได้ขับถ่ายเอง
3.ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallie stage) เริ่มตั้งแต่ 3-5 ขวบ คือ เด็กจะเริ่มสนใจเกี่ยวกับเพศ เช่น เด็กผู้หญิงจะติดพ่อ เด็กผู้ชายจะติดแม่
4. ขั้นแฝง (Latency stage) เริ่มตั้งแต่ อายุ 6-11 ปีคือ การที่เด็กมีพัฒนาโตเกินตัว เช่น การมีตวามคิดเป็นผู้ใหญ่
5. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย (Genital stage) เริ่มจาก 12 ขวบขึ้นไป คือขั้นที่เด็เริ่มมีความรัก ความใคร่ สนใจเพศตรงข้าม
๏ ทฤษฎีของ Albert Bandura
เป็นการสังเกตการกระทำของผู้อื่นแล้วเลียนแบบพฤติกรรมนั้น คำต้องห้ามสำหรับเด็ก คือ อย่า ห้าม ไม่ เช่น
น้องหนูดีห้ามวิ่ง!! > น้องหนูดีเดินดีๆนะคะ
น้องหนูดีอย่าแกล้งเพื่อน > น้องหนูดีเล่นกับเพื่อนดีๆนะคะ
๏ ทฤษฎีของ Ivan Petrovich Pavlov
เป็นทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม โดนมีการทดลองกับสุนัข ดังนี้
1. ล่ามโซ่สุนัขไว้แล้ววางอาหารไว้ตรงหน้าสุนัขกินไม่ได้ ทำให้น้ำลายไหล
2. สั่นกระดิ่งให้สุนัขฟัง แต่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับสุนัข
3. สั่นกระดิ่งพร้อมวางอาหารไว้ ทำให้สุนัขน้ำลายไหล โดยทำแบบนี้ประจำ
4. สุนัขได้ยินเสียงกระดิ่ง ทำให้สุนัขน้ำลายไหล
เปรียบกับการปลูกฝังพฤติกรรมเด็ก โดยใช่สัญชาตญาณ เช่น ครูฟาดไม้บรรทัดลงบนโต๊ะ ทำให้เด็กเงียบ
๏ ทฤษฎีของ Skinner
เป็นทฤษฎีการวางเงื่อนไข โดยทำการทดลองกับหนู
โดยขังหนูไว้ในกรงที่มีช่องใส่อาหารแต่ไม่มีอาหาร ถ้าหนูจะกิรอาหาร จะต้องโยกคันโยกที่กรงอาหารถึงจะล่วงลงมาที่ช่องใส่อาหาร หนูถึงจะได้กินอาหาร
เปรียบกับครูที่ใช้วิธีการต่อรองโดยการมีเงื่อนไขกับเด็ก เด็กถึงจะทำตามที่ครูบอก
๏ ทฤษฎีของ John B. Watson
เป็นการวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็ก โดนเขากำหนดได้เลยว่าเด็กแต่ละคน โตขึ้นมาจะต้องทำอะไร โดยได้มีการทดลองกับลูกชายของตน ชื่อน้อง อัลเบิร์ตกับหนู
เมื่อเด็กจับจับหนู เขาจะตีระฆัง หรือทำให้เกิดเสียงดัง จนทำให้เด็กตกใจ และทำแบบนี้ประจำ จนทำให้เด็กไม่กล้าจับหนู และทำให้กลัวหนู
ความรู้ที่ได้รับ : ได้รู้หลักที่มาขอทฤษฎีโครงสร้างของบุคลิก ตามทฤษฎีของแต่ละท่านที่เป็นเจ้าของทฤษดี และสามารถที่นำไปใช้ในชีวิตได้ สามารถเลือกว่าจะใช้ทฤษฎีใด ในเวลาใด และกับใครได้ เพื่อนให้เกิดประโยชน์แก่เด็กให้มากที่สุด
ประเมินตนเอง : มีการให้ความร่วมมือกับการเรียนดี จดตามได้ละเอียด
ประเมินเพื่อน : เพื่อนให้ความร่วมมือกับอาจารย์ดีมาก เวลาเล่นเกมส์ก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน เวลาเรียนก็ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุก และยกตัวอย่างที่เข้าใจง่ายโดนการหยิบยกเรื่องที่ใกล้ตัวมาเป็นการยกตัวอย่าง